================

On the way back home

================

 

 

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2557

 

ตอนแรกกะว่าจะออกไปดูของที่ Outlet อีกรอบ

คราวนี้นึกออกละว่าจะซื้อไรมั่งดี

เดินไปถึง ดันปิดแล้วซะนิ อดเบย

 

แล้วก็เดินไปมหาลัย

ระหว่างทางก็หิ้วเอาถุงขยะจากบ้านมาทิ้งถังขยะตามป้ายรถเมล์^^”

เข้าไปใช้ห้องคอมฯ ที่คณะ

เซฟไฟล์งานเก็บไว้ที่เครื่องมหาลัย

ต้องเซฟเก็บเผื่อเอาไว้หลายๆ ที่ ทั้งโนตบุคที่บ้าน ตัวดูด ในเมล และในคอมฯ มหาลัย

เผื่อมีไรไม่คาดคิดขึ้นมา กันไว้ก่อนๆ

เสร็จแล้วก็เชคอินไฟลท์ออนไลน์ และปริ้นท์ตั๋วเรียบร้อย หมดห่วง

พร้อมเดินทางวันพรุ่งนี้ เย้ๆ

วันอาทิตย์คณะฯ ไม่มีคนเร้ยยย ดีจริงๆ

 On the way back home


มื้อเย็น ต่ออยากกินเบียร์ เลยไปกินร้าน Zenbu กัน

สั่งไปรอบแรกสามสี่อย่างกินจนหมดอย่างเร็ว ต่อไม่อิ่ม ฮ่าๆ

เลยขอเมนูจะสั่งเพิ่ม

พนง น่าร้ากกคนเดิม ถามต่อว่า ยังกินไม่อิ่มอีกรึคะ

ฮ่าๆๆๆๆ

ไอตะกละเอ้ยยย

สุดท้ายอิ่มจนจุกอ่ะวันนี้

 On the way back home


กลับบ้าน ซ่อนของมีค่าต่างๆ นาๆ

พูดเหมือนมีไรเยอะเนอะ มีแค่โนตบุคเครื่องนึงที่ไม่ได้เอากลับ

แล้วก็กล้องวีดีโอ แค่นั้นอ่า

อ้อ มีทีวีด้วย

ขนาดทีวีต่อยังยกไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าอ่ะ สุดยอดมาก

 

พรุ่งนี้จะกลับไทยแว้ว เย้ๆๆ

แต่ไม่ตื่นเต้นเลยอ่ะ อาจจะเพราะกลับแค่ไม่กี่วันมั้งคราวนี้

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตื่นเต้นนะ คิดทุกวันเรื่องจะกลับไทยเนี่ย

คิดถึงทุกคนที่บ้าน อยากพาเค้าไปนุ่นไปนี่ กินนั่นกินนี่

แต่ไม่รู้จะทำได้แค่ไหน

คืนนี้ตอนจะนอนก็มัวแต่คิดว่า มีอะไรต้องทำอีกมั้ย มีไรลืมรึเปล่า

อีกอย่างพอคิดไปถึงเรื่องงานแล้วจิตตกวูบบ ยิ่งตอนนี้ต่อเสร็จนำไปก่อนแล้วด้วย

เครียดหนัก กลับไทยยี่สิบวันจะได้ทำมั้ยนิ- -“

 

=================

 

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2557

 

คราวนี้นั่ง emirates กลับเป็นครั้งแรก

ตั๋วไป-กลับ สองคน NZD 2,475 (ประมาณ 62,000บาท)

 

ดีหน่อยที่เป็นไฟลท์บ่าย วันนี้ก็เลยสบายๆ

ตื่นตอนเช้า ดูบ้านให้เรียบร้อย ยังมีเวลาถ่ายรูปดอกไม้รอบบ้านเล่นเลย

 On the way back home


เดินไปทิ้งขยะฝั่งตรงข้ามบ้าน แวะซื้อขนมปังกลับมากินเป็นอาหารเช้า ชิลนิ

ก่อนออกจากบ้านตอนบ่าย ต่อให้เดินถ่ายรูปทุกห้องทุกมุมของบ้านเก็บไว้

ตอนออกจากบ้าน ยังให้ถ่ายรูปกลอนประตูไว้ด้วยเลย

ต่อเดินดูรอบบ้าน ประตูหน้าต่าง เช็คกลอนประตู หลายรอบมากกกว่าจะออกจากบ้านได้

 On the way back home


ใกล้เวลาที่นัดแทกซี่ไว้ ก็ขนกระเป๋าออกมารอ

คราวนี้จองรถของ Blue star ไว้ แทกซี่มาตรงเวลาเป๊ะ 

ต่อนั่งคุยกับคนขับไปตลอดทางเลย

แวบเดียวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยก้อมาถึงสนามบิน

ค่ารถแทกซี่ประมาณ สามสิบกว่าเหรียญ

 On the way back home


สนามบิน Christchurch เล็ก แต่โล่งและไม่วุ่นวาย พลุกพล่าน ดูสบายๆ

คนน้อยยยย ไม่ต้องต่อคิวเร้ยย ชอบมากกกก

ยังจำรอบที่แล้วได้ มาสนามบินตอนตีสาม 

สนามบินปิด ต้องยืนหนาวรอประตูเปิดกันพักใหญ่

เข้าใจมาตลอดว่าสนามบินทุกที่ในโลกเปิด24 ชม.

เพิ่งเห็นที่นี่นี่แหล่ะ ปิดเปิด เป็นเวลานะ  ^^”

 

เช็คอินมาจากบ้านเรียบร้อย 

โหลดกระเป๋าที่เคาน์เตอร์เสร็จก็มานั่งรอเวลาเรียกขึ้นเครื่อง

 On the way back home


ขาไป จองที่นั่งสองคนไม่ทัน เลยต้องนั่งแถวสามที่นั่ง

อึดอัดนิดนึงนิ แต่คนข้างๆ ก็น่ารักดี ไม่วุ่นวายอะไร  ^^

 นั่งแถวเกือบหลังสุดเลย แต่ก้ดี ได้เรียกขึ้นเครื่องก่อน

On the way back home


จากไคร้เชิส บินประมาณ 3 ชม. 

เป็นไฟลท์ที่ผู้โดยสารขอไวน์เยอะมากกกก

แทบทุกคนเลยอ่า แอร์ฯ ต้องคอยวิ่งมาเติมหลายรอบอยู่ 

เลยไวน์มั่งก็ดะ เดี๋ยวผิดระเบียบ

ต่อกินเบียร์ ผิดระเบียบนะ :P 


มันเปลืองสติ๊กเกอร์เค้าม้ายยย - -"

สงสารฝรั่งผู้ร่วมทางข้างๆ เลย ^^" 

On the way back home


แวะทรานซิทที่ซิดนี่ย์ชั่วโมงกว่าๆ

ต่อคิวตรวจ security อีกรอบ แต่ไม่ต้องเอากระเป๋าที่โหลด

กว่าจะถึง Gate ได้เข้าห้องน้า หย่อนตรูดนั่งแวบนึง ก็ได้เวลาขึ้นเครื่องละ

กลับมานั่งที่นั่งเดิมกันสามคนเหมือนเดิม

คราวนี้นั่งยาวเลย ซิดนี่ย์ กรุงเทพ 8-9 ชม.

เบื่อมากกก เมื่อยยยมากกก ไม่ชอบนั่งเครื่องบินนานๆ เลย

นี่ขนาดขาสั้นนะ ต่อขายาว เมื่อยกว่าเราแน่ๆ

นึกถึงที่นั่ง business ของ low cost ขึ้นมาเลย

นั่งสบายกว่ามากกก ในราคาที่พอๆ กัน Y_Y

เสียใจแอร์เอเชียเลิกบินรูทนี้ ส่วนเจทสตาร์ต้องไปรอทรานซิทที่ออสฯ 8 ชม

ต้องทำ transit visa แต่จริงๆ ทำวีซ่าก็ไม่ได้ลำบากอะไร ไม่เสียค่าธรรมเนียมด้วย

แต่เสียดายเวลา 8 ชม แน่ะ เอา 8ชม ไปอยู่กับที่บ้านดีกว่า

คราวนี้กลับแค่ไม่กี่วันเองด้วย

 

นั่งกันตรูดบาน 8-9 ชม นี่ ไม่ลุกเข้าห้องน้ำกันเลยทั้งสองคน

ไม่ไหวนะ ทำได้ไงเนี่ย


กินแล้วก็หลับ หลับแล้วก็ตื่นมากิน

On the way back home


แต่ได้ดูหนังที่อยากดูมานาน

เปิดดูโปรแกรมหนังมาก่อนขึ้นเครื่องแล้ว พอรู้ว่ามี Begin again ดีใจๆ

เป็นหนังที่ต่อไม่มีทางโหลดให้ดูแน่ๆ ฮ่าๆ

แต่พอดูแล้วกลับเฉยๆ อ่า ชอบเพลงอย่างเดียว

แถมตอนจบงงด้วย อาจจะเพราะดูบนเครื่องมันไม่ค่อยได้ยิน

เลยไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะ

 

ในที่สุดก็ถึงไทยซ้ากกกที

รอบนี้ไม่เจ็บหูเลย มีตอนจะลงเผลอหลับไป เลยเจ็บเปรี๊ยะๆ

พอรู้สึกตัว รีบหาวเลย หาวเอา หาวเอา

ก็หายเจ็บหูนะ

จากที่ลองมาหมดทุกวิธี กลืนน้ำลาย กินยา อมลูกอม ใส่ear plug

สรุปว่า สำหรับตัวเอง การหาว คือวิธีที่ดีที่สุด

หาวมันตลอด ตั้งแต่เครื่องเริ่มลดระดับ จนเครื่องแตะรันเวย์เลย

หาวจนน้ำตาไหลพรากกก คนข้างๆ คงงง อินี่ เป็นอะไร อดหลับอดนอนมาจากไหน

หาวจริงหาวจังอ่ะ ฮ่าๆๆ

ดีใจมากกกก ไม่เจ้บหูแล้ว ไม่งั้นแต่ก่อน เครื่องลงทีเหมือนแก้วหูจะระเบิด

ทรมานนนนนนนนนน

 

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิซ้ากกกที เย้ๆ

ก่อนไปอ่านเรื่องเครื่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติดูดพาสปอร์ตจนพังก็กลัว

กะว่าจะไม่ใช้ จะไปต่อคิวให้ จนท ปั๊มดีกว่า

แต่พอไปถึง จนท ก็เรียกให้ไปช่องอัตโนมัติอยู่ดี

ไม่มีคิวเร้ยยยย  พาสปอร์ตรูดผ่านไม่มีปัญหา

แต่มาติดที่สแกนนิ้วนี่ล่ะ นิ้วแห้งเกิ้นนนน จนสแกนไม่ติด

จนท เลยให้เป่าลมใส่มือ ทำอยู่สามสี่รอบอ่ะ กว่าจะสแกนได้

จะว่าไป นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกนะ ที่สแกนนิ้วไม่ผ่านเพราะนิ้วแห้ง

ตอนไปทำพาสปอร์ต จนท ถึงกับต้องให้ครีมทามือมาทากันเลยทีเดียว - -“

ใครอย่ามาจับมือนะ ทั้งแห้งทั้งหยาบ ผู้หญิงอารายยย ><

 

รับกระเป๋าเรียบร้อย ก็เดินซื้อของ Duty Free

ขาเข้านี่ ไม่แวะซื้อไม่ได้เลย ไม่ต้องเดาก็รู้นิ ว่าต่อต้องซื้ออะไร :P

 

ตอนเดินจะออกผ่านด่าน จนท ด่านสุดท้าย (ด่านสุ่มตรวจกระเป๋าก่อนออก)

มีกรุ๊ปคนจีนกรุ๊ปใหญ่เดินกันมา ต่อรีบพุ่งเข้าหา ทำตัวประหนึ่งเป็นกรุ๊ปเดียวกันกับเค้า

เรางี้ซอยเท้าตามแทบไม่ทัน

เพราะปกติถ้าเห็นกรุ๊ปแบบนี้ ต่อเดินออกห่างตลอดๆ

 

ต่อบอกเดินไปกับพวกเค้า จนท จะได้ไม่ตรวจ

เพราะคงไม่อยากวุ่นวายกับกรุ๊ปทัวร์จีนกรุ๊ปใหญ่นี่แน่ๆ ปวดหัวตายเลย

ที่เรากลัวก็พวกครีมรกแกะ ครีมพิษผึ้ง ที่พกมาให้เพื่อนกะที่บ้านนี่แหล่ะ 

หลายโหลอยู่นะ - -“


ออกมาได้เรียบร้อยแล้วก็ไปซื้อซิมมือถือกันก่อน

แล้วก็รอแม่มารับ ไม่จิ แม่มารอรับเราตะหาก

ตอนทำธุระเสร็จหมด โทรไปหาว่าถึงแล้วนะแม่ กะว่าแม่จะได้ไม่ต้องมารอ

แม่บอกจอดรถรออยู่ปั๊มแถวๆ สนามบินแล้ว เร็วจริงไรจริง^^

 

ไปส่งต่อที่บ้าน ขนของไว้บ้านต่อหมดเลย

หนิงมีแค่มือถือติดตัวมา เพราะกระเป๋าใส่ของรวมกัน

ให้ต่อแยกของให้เสร็จ พรุ่งนี้ค่อยมาเอาอีกรอบ

 

นอนบ้านคืนแรก มันเหมือนยังไม่ค่อยคุ้นบ้านตัวเองไงมะรู้ 555

ส่วนต่อก็บอกนอนร้อนเกือบทั้งคืน เพราะหารีโมทแอร์ไม่เจอ

แบบว่าก่อนไปนิวฯ รอบที่แล้ว ต่อเก็บของทุกอย่างในห้องลงกล่องหมดไง

แล้วจำไม่ได้ว่าเก็บรีโมทแอร์ไว้กล่องไหน ฮ่าๆๆ สม

 

=================

     Share

<< Before going back homeไปดูน้องแพรร้องเพลงกัน >>

---------------------------------------------

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

wh0cd305717 <a href=http://medrol.reisen/>medrol 4 mg dose pack</a> <a href=http://synthroid.schule/>synthroid</a> <a href=http://zithromax.tools/>zithromax</a> <a href=http://diflucan.reisen/>buy fluconazole online</a>
Charleselole   
Mon 3 Jul 2017 23:58 [4]
 

wh0cd694295 <a href=http://amoxicillin75.gdn/>can i buy amoxicillin over the counter</a> <a href=http://cipro2014.top/>ciprofloxacin hcl 500 mg</a> <a href=http://sildalis75.gdn/>sildalis</a>
Charleselole   
Sat 10 Jun 2017 5:48 [3]
 

wh0cd178368 <a href=http://buy-kamagra.tech/>kamagra</a> <a href=http://ampicillin500mg.review/>ampicillin 250mg</a> <a href=http://buycelexa2014.top/>celexa pills</a> <a href=http://buy-provera.website/>buy provera online</a> <a href=http://advairhfa.click/>advair</a> <a href=http://anafranil-1.top/>buy anafranil</a> <a href=http://azithromycin-price.us/>azithromycin</a>
CaseydiaRo   
Mon 30 Jan 2017 17:35 [2]
 

welcome to B K K นะคะ กำลังร้อนได้ที แต่ยังไม่มากกกกกก

สุขสนุกสุขสันต์ ตลอดที่อยู่เมืองไทยนะคะ
พี่โม   
Sat 28 Feb 2015 21:31 [1]

Tor's sister big day part 1
Before the wedding day...
ของอรอ่ยแพร่งภูธร
เจอหลานๆ และอาจารย์ที่ปรึกษา
ไปดูน้องแพรร้องเพลงกัน
On the way back home
Before going back home
guests at home
เทศกาลขนมจีน
โดนไล่กลับประเทศ
เพื่่อนๆ..